อาจจะกล่าวได้ว่าปัจจุบันนี้ การใช้คำว่า “การดูแลประคับประคอง” เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยได้ยินมาก่อนอย่างแน่นอน ส่วนหนึ่งก็เนื่องจากว่าการดูแลในลักษณะนี้เริ่มมีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง หลายๆ คนอาจจะไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วการดูแลประคับประคองนั้นมีมาตั้งแต่ในยุคการแพทย์ยุโรปเพิ่งเริ่มต้นแล้ว โดยจะเน้นให้คนไข้ที่รักษาไม่หายไปพักผ่อนที่เมืองตากอากาศ อาบน้ำแร่ เป็นต้น อย่างไรก็ดี การดูแลแบบประคับประคองมีคำในภาษาอังกฤษเป็นจำนวนมาก เรียกว่าการดูแล palliativecare และวันนี้เราพามาดูการดูแล palliativecare 

อะไรคือการดูแล palliativecare 

สำหรับคำว่า palliative care เป็นคำที่ใช้สำหรับการดูแลคนไข้ที่มีภาวะอาการของโรคซึ่งรุนแรง อีกทั้งยังมีการคุกคามชีวิตมากกว่าที่จะคาดคิดเอาไว้ เพื่อให้คุณภาพชีวิตที่ยังเหลืออยู่นั้นมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง ซึ่งการบรรเทาความทุกข์และความทรมานนั้น มีการค้นหาวิธีเป็นจำนวนมาก สำหรับการประเมินแนวทางการรักษาและการบำบัด ไม่ว่าจะเป็นการบรรเทาอาการปวดต่างๆ ตามร่างกาย การบรรเทาอาการหายใจลำบาก เป็นต้น ซึ่งการดูแลในลักษณะนี้จะมีความหมายครอบคลุมไปถึงการดูแลคนไข้ในระยะสุดท้ายของชีวิต อันจะหมายความรวมไปถึงครอบครัวของคนไข้อีกด้วย  

การดูแล palliative care ในปัจจุบันของทั่วโลก 

หากเรามาพิจารณาข้อมูลการดูแลแบบประคับประคองในทั่วโลกนี้ จะเห็นข้อมูลอย่างหนึ่งซึ่งน่าสังเกตมาก ข้อมูลนั้นก็คือข้อเท็จจริงที่บ่งบอกว่าปัจจุบันนี้มีคนทั่วโลกที่ป่วยด้วยโรคซึ่งต้องการการดูแลแบบประคับประคองมากถึง40 ล้านคน   แต่เชื่อหรือไม่ว่าคนที่ได้รับการดูแลในรูปแบบนี้จริงๆ มีแค่เพียง 14 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อุปสรรคสำคัญในการรักษาหรือว่าการดูแลรูปแบบนี้ก็คือ ความรู้ทางการแพทย์ ของตัวบุคลากรทางการแพทย์เอง ที่ยังยึดติดอยู่กับกรอบเดิมๆ หรืออยู่กับแนวคิดที่ว่า “ป่วยก็ต้องรักษาให้หาย” โดยไม่มองให้ลึกซึ้งว่าการรักษาที่เข้าใจไปนี้ แท้จริงแล้วเป็นการยื้ออาการ และเป็นการเพิ่มความทุกข์ทรมานให้กับคนที่ป่วยมากขึ้นนั่นเอง และที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ คนที่มีความรู้ทางด้านการดูแลแบบประคับประคองเองก็ยังมีน้อยมากอีกด้วย ส่งผลให้ไม่สามารถทำการรักษาแบบนี้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่มีคนที่จะเข้าอกเข้าใจ พูดคุยเชิงจิตวิทยากับคนไข้อีกด้วย 

และนี่ก็คือการทำความรู้จักกับการดูแล palliativecare ซึ่งในปัจจุบันนี้มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในตัวของคนป่วย จะดีกว่าหรือไม่ หากเรานั้นเลือกพิจารณาการหาความรู้ทางด้านนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีกับตัวคนป่วยนั่นเอง